ข่าว แมนยู ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเมือง แมนเชสเตอร์ 

ข่าว แมนยู

ข่าว แมนยู เมืองที่มีอะไรมากกว่าแค่ทีมฟุตบอล

ข่าว แมนยู แมนเชสเตอร์( Manchester) เป็นเมืองโบราณที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ในเทศมณฑลเกรเทอร์แมนเชสเตอร์ ตอนเหนือของประเทศอังกฤษ  มีประชากรประมาณ 514,417 คน ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตเมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับสองของสหราชอาณาจักร 

เมืองแมนเชสเตอร์ติดต่อกับที่ราบเชชเชอร์ทางทิศใต้ ติดต่อกับเทือกเขาเพนไนน์ทางทิศเหนือและทิศตะวันออก ตัวเมืองของแมนเชสเตอร์นั้นมีแนวโน้มขยายตัวเป็นวงกว้างอย่างต่อเนื่อง เป็นเมืองใหญ่รองจากลอนดอนที่ใหญ่สุดของอังกฤษ

เป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาเยือนมากที่สุดอันดับสามแมนเชสเตอร์เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงจากการกีฬา ขนส่งวัฒนธรรม ศิลปะ สถาปัตยกรรมมีสถานีรถไฟแมนเชสเตอร์ลิเวอร์พูลโรดเป็นสถานีรถไฟขนส่งผู้โดยสารระหว่างเมืองแห่งแรกของโลก

เมืองแมนเชสเตอร์ ยังมีสิ่งอื่นที่น่าสนใจอยู่อีกมากมายทั้งประวัติความเป็นมา และสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง สถาปัตยกรรมที่งดงาม และแน่นอนที่สุดที่เป็นสิ่งที่คนทั้งโลกจะนึกถึงเมืองนั่นก็คือทีมฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกอย่างทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 

ข่าว แมนยู

เรื่องเล่าความเป็นมาของแมนเชสเตอร์

แมนเชสเตอร์มีชื่อมาจากเมืองมาจากภาษาละติน คือมามูคิอุม  (Mamucium ) ประวัติศาสตร์ของแมนเชสเตอร์เริ่มต้นจากการตั้งถิ่นฐานและการก่อสร้างป้อมปราการในยุคโรมัน  ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อประมาณ 79 ปีหลังคริสตกาล บริเวณเนินเขาใกล้จุดบรรจบของแม่น้ำเมดล็อกกับแม่น้ำเออร์เวลล์ 

ซึ่งอยู่ในเทศมณฑลแลงคาเชอร์ในขณะนั้น ซึ่งต่อมาพื้นที่ทางตอนใต้ของแม่น้ำเมอร์ซีย์ได้รับการจัดตั้งขึ้นเป็นเชสเชียร์ในช่วงศตวรรษที่ 20 ตลอดเวลาในยุคกลาง แมนเชสเตอร์ยังคงเป็นเมืองแมนเนอร์เล็ก ๆ แต่เริ่มขยายตัวขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์เมื่อราวย่างเข้าศตวรรษที่ 19

เมืองแมนเชสเตอร์ตั้งอยู่ห่างจากกรุงลอนดอนไปทางตะวันตกเฉียงเหนือระยะทาง 260 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในพื้นที่แอ่งกระทะติดต่อกับเทือกเขาเพนไนน์ทางทิศเหนือและทิศตะวันออก แมนเชสเตอร์อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของลิเวอร์พูล 56.3 กิโลเมตร และอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเชฟฟีลด์ 56.3 กิโลเมตร

เมืองนี้จึงอยู่ตรงกลางระหว่างทั้งสองนคร ใจกลางเมืองแมนเชสเตอร์อยู่ในพื้นที่ค่อนข้างต่ำ คือ อยู่ระหว่าง 35 เมตร ถึง 42 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล แม่น้ำเมอร์ซีย์ไหลผ่านทางใต้ของแมนเชสเตอร์ ส่วนมากของเมืองชั้นใน ทางใต้ที่เป็นที่ราบ สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเชิงเขาและทุ่งโล่งของเทือกเขาเพนไนนส์

เมืองปกคลุมด้วยหิมะในฤดูหนาว ลักษณะทางภูมิศาสตร์ของแมนเชสเตอร์มีอิทธิพลอย่างมากในการพัฒนาเป็นเมืองอุตสาหกรรมแห่งแรกของโลก ซึ่งก็คือสภาพอากาศ ความใกล้ชิดกับท่าเรือทะเลของลิเวอร์พูลการใช้พลังงานจากแม่น้ำ และแหล่งสำรองถ่านหินที่อยู่ใกล้เคียง

เมืองแมนเชเตอร์มีความเจริญรุ่งเรืองจากการผลิตสิ่งทอในช่วงการปฏิวัติอุตสาหกรรม ทำให้มีการพัฒนาของเมืองอย่างรวดเร็ว และส่งผลให้แมนเชสเตอร์กลายเป็นเมืองอุตสาหกรรมแห่งแรกของโลก แมนเชสเตอร์ได้รับฐานะนครเมื่อปีค.ศ. 1853

ซึ่งเป็นนครของอังกฤษแห่งในรอบสามร้อยปี คลองเดินเรือสมุทรแมนเชสเตอร์ ซึ่งเป็นคลองเดินเรือที่ยาวที่สุดในโลกในขณะนั้น เปิดใช้ในปีค.ศ. 1894 ทำให้มีท่าเรือแมนเชสเตอร์ เชื่อมต่อเมืองไปยังทะเลเป็นระยะทาง 58 กิโลเมตร ไปทางทิศตะวันตก

หลังสงครามโลกครั้งที่สองเมืองซบเซาลง เนื่องจากการสนับสนุนอุตสาหกรรมการผลิตต่างๆลดน้อยลง  และการลงทุนได้กลับมาเริ่มต้นจากเหตุระเบิดในแมนเชสเตอร์ ค.ศ. 1996 ซึ่งนำไปสู่การฟื้นฟูเมืองครั้งใหญ่   ในปีค.ศ. 2014

เมืองแมนเชสเตอร์เป็นนครโลกระดับบีตา และทำให้เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของอังกฤษ รองจากลอนดอน แมนเชสเตอร์เป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาเยือนมากที่สุดอันดับสาม รองจากลอนดอน และเอดินบะระ 

แมนเชสเตอร์เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงจากการกีฬา ขนส่ง ดนตรี ธุรกิจขนาดใหญ่ ผลผลิตทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม วัฒนธรรม ศิลปะ สถาปัตยกรรม สื่อ และอุตสาหกรรม มีสถานีรถไฟแมนเชสเตอร์ลิเวอร์พูลโรดเป็นสถานีรถไฟขนส่งผู้โดยสารระหว่างเมืองแห่งแรกของโลก 

แมนเชสเตอร์มีชื่อเสียงมากในเรื่องสีสันยามค่ำคืน วัฒนธรรมคลับดีเจสมัยใหม่เริ่มขึ้นที่เมืองนี้ และคลับที่นี่มีส่วนสำคัญในการพัฒนาดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ การเริ่มต้นของดนตรีเฮาส์ แมดเชสเตอร์ซาวนด์ (Madchester sound) และดนตรีแนว Ibizaในเมืองมีโรงละคร ศูนย์แสดงงานศิลปะ และพิพิธภัณฑ์จำนวนมาก

หากพูดถึงเมืองแมสเชสเตอร์เมืองนี้ รู้จักในฐานะเมืองกีฬา มีสโมสรพรีเมียร์ลีก 2 สโมสรที่ใช้ชื่อเมืองในชื่อสโมสร คือ สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตีและแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด แมนเชสเตอร์ซิตีมีสนามกีฬาเหย้าคือสนามกีฬาซิตีออฟแมนเชสเตอร์ จุคนได้เกือบ 48,000 คน

ส่วนแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด มีสนามกีฬาเหย้าคือ โอลด์แทรฟฟอร์ด ซึ่งเป็นสนามฟุตบอลสโมสรที่ใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักร จุคนได้ 76,000 คน ซึ่งใน ข่าวบอล นี้เราจะเล่าถึงทีมฟุตบอลที่มีชื่อเสียงอย่างทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เชิญติดตามต่อกันได้เลย

ประวัติความเป็นมาของทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เป็นสโมสรที่มีชื่อเสียงอย่างมากในพลีเมียร์ลีกอีกทีมหนึ่ง และยังมีฐานแฟนคลับมากมายทั่วโลก สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อค.ศ. 1878  ได้ใช้ชื่อว่าสโมสรฟุตบอลนิวตันฮีตแอลวายอาร์ เมื่อปีค.ศ. 1902เปลี่ยนชื่อมาเป็น แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดและใช้สนามปัจจุบันคือ โอลด์แทรฟฟอร์ด เมื่อปีค.ศ. 1910

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเป็นสโมสรฟุตบอลสมโมสรแรกของอังกฤษที่ได้แชมป์ยูโรเปียนคัพ ในขณะที่ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน พาทีมคว้าแชมป์ 38 ถ้วยตลอดการเป็นผู้จัดการทีม ไม่ว่าจะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก 13สมัย เอฟเอคัพ 5สมัย และยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 2 สมัยในระหว่างปีค.ศ. 1986 และค.ศ. 2013  

นอกจากนี้ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดยังเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในหลายสโมสรในอังกฤษ 

โดยได้แชมป์รายการต่างๆดังต่อไปนี้ 

  • แชมป์ลีก 20สมัย 
  • เอฟเอคัพ 12สมัย 
  • ลีกคัพ 5สมัย และ
  •  เอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์ 21สมัย 
  • ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 3สมัย 
  • ยูฟ่ายูโรปาลีก 1สมัย 
  • ยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ 1สมัย 
  • ยูฟ่าซูเปอร์คัพ 1สมัย 
  • ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรยุโรปและอเมริกาใต้ 1 สมัย 
  • ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก 1 สมัย ในฤดูกาล 1998–99   

สโมสรกลายเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ของฟุตบอลอังกฤษ ที่คว้าแชมป์เทรเบิล โดยการคว้าแชมป์ยูฟ่ายูโรปาลีกในฤดูกาล 2016–17  เป็นหนึ่งในหน้าสโมสรที่คว้าแชมป์ ทั้งสามรายการการแข่งขันของยูฟ่าแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเป็นสโมสรที่มีรายได้สูงที่สุดในโลกสำหรับฤดูกาล 2016–17 ด้วยรายได้ต่อปีเป็นจำนวน 676.3 ล้านปอนด์ เป็นสโมสรฟุตบอลที่มีผู้สนับสนุนมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ข่าว แมนยู

ชุดทีมสโมสรของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

– ปี ค.ศ.1879 ชุดแต่งกายของนิวตันฮีตสีขาวและสีน้ำเงิน

– ปี ค.ศ.1894 และ 1896  สวมเสื้อยืดสีเขียวและสีทอง

– ปี ค.ศ.1896 ด้วยเสื้อสีขาว และกางเกงขาสั้นสีกรมท่า

– ปี ค.ศ.1920เสื้อสีแดง กางเกงสีขาว และถุงเท้าสีน้ำเงิน  เป็นมาตรฐานชุดเหย้าของทีมในเวลาต่อมา

– ปี ค.ศ.1922 เสื้อสีขาวที่มีสีแดงเข้มรูปตัว “V” รอบคอชุดเหย้า

– ปี ค.ศ.1934เสื้อสีเชอร์รีสลับขาวชุดเหย้า ฤดูกาลต่อมาเสื้อสีแดงกลับมาใช้อีกครั้งหลังจากที่สโมสรจบอันดับที่ 20 ในเซคันด์ดิวิชัน ถุงเท้าสีดำเปลี่ยนไปเป็นสีขาวตั้งแต่ปี ค.ศ. 1959 จนถึง 1965 และเปลี่ยนเป็นสีแดงจนถึงปีค.ศ. 1971  ชุดเยือนของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด มักจะเป็นเสื้อสีขาว กางเกงสีดำและถุงเท้าสีขาว ต่อมาสโมสรได้เปลี่ยนชุดตามสปอนเซอร์ที่สนับสนุน

– ปี 1982-2000 เปิดตัวสปอนเซอร์บนหน้าอกเสื้อรายแรกของสโมสรในวันที่ 27 เมษายน 1982 คือ ชาร์ป อิเล็กทรอนิกส์

– ปี 2000-2006 โวดาโฟน เป็นสปอนเซอร์บนหน้าอกเสื้อนั้นจะเริ่มต้นขึ้นในฤดูกาล 2000/01 จากนั้นในเดือนธันวาคม 2003 ก็มีการต่อสัญญาออกไปอีก 4 ปีด้วยมูลค่าสูงถึง 36 ล้านปอนด์

– ปี 2006-2010 เอไอจีบริษัทประกันภัยรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา โดยมีระยะสัญญาทั้งสิ้น 4 ปี เริ่มต้นตั้งแต่ฤดูกาล 2006/07

– ปี 2010-2014 เอออน ตกลงเซ็นสัญญา 4 ปีกับเอออน บริษัททางด้านการเงินรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกาโดยสัญญาจะเริ่มต้นขึ้นในเดือนมิถุนายน 2010

– ปี 2014-2021 เจเนอรัล มอเตอร์ส (เชฟโรเล็ต) ชุดแข่งที่ติดโลโก้ของเชฟโรเล็ตในฤดูกาล 2014/15

ข่าว แมนยู

ประวัติสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด (Old Trafford)

สนามโอลด์แทรฟฟอร์ด สนามฟุตบอลที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอังกฤษ และใหญ่เป็นอันดับ 11 ของยุโรป  รองจากสนามเวมบลีย์ สนามแห่งนี้เป็นสนามเหย้าของสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ความจุกว่า 76,000 ที่นั่ง

สนามโอลด์แทรฟฟอร์ด เปิดใช้อย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 ก.พ. 1910 สนามแห่งนี้ถูกขนานนามว่าเป็น โรงละครแห่งความฝัน หรือ “Theatre of Dream” ในสมัยก่อนที่ยังไม่มีสนามแห่งนี้ ทีมนิวตัน ฮีธ หรือแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในอดีต มีสนามเหย้าที่ไม่สวยงามถึงขั้นแย่เลยทีเดียว

สนามมีแต่โคลนห้องแต่งตัวก็อยู่ห่างไกลออกไปกว่าครึ่งไมล์ ต่อมาประธานสโมสร จอห์น เดวี่ส์ จึงได้ตัดสินใจย้ายห่างจากตัวเมืองไปอีก 5-6 ไมล์ ที่นั่นคือ “แทร็ฟฟอร์ด พาร์ค” ย่านชานเมือง แมนเชสเตอร์ในระหว่างฤดูกาล 1909/10 จอห์น เฮนรี่ เดวี่ส์จ่ายเงินค่าก่อสร้างด้วยเงินจำนวน 60,000 ปอนด์

ซึ่งเริ่มต้นขึ้นในปี 1908 โดนมีอาร์ชิบัลด์ ลีทช์ สถาปนิกชื่อดังเป็นผู้ออกแบบก่อสร้าง และในปี 1910 สโมสรได้ย้ายมาอยู่ที่นี่ สนามแห่งนี้ได้ถูกบูรณะอีกหลายครั้งตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 1939 และในปีปีค.ศ. 1941ก็ต้องเสียหายอีกครั้งหลังโดนกองทัพอากาศของ หลังสิ้นสุดสงครามรัฐบาลอังกฤษ ได้มอบเงินให้กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด จำนวน 22,278 ปอนด์ และได้แก้ไขปรับปรุงเรื่อยมา

แฟนบอลจาก บ้านผลบอล ทั่วโลกที่เดินทางมาเยี่ยมชมสนามแห่งนี้ มักชอบถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก ตั้งแต่หน้าสนาม จนถึงบริเวณด้านในสนาม เช่นบริเวณรูปปั้นเซอร์แม็ตต์ บัสบี้ ตำนานผู้จัดการทีมผู้ยิ่งใหญ่ที่สร้างประวัติศาสตร์นำแมนฯ ยู 

รูปปั้น 3 นักเตะในตำนานที่หันหน้าเข้าสนาม และอยู่ฝั่งตรงข้ามรูปปั้น เซอร์แม็ตต์ บัสบี้ เซอร์บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ที่พาอังกฤษคว้าแชมป์โลกในปี 1966, เดนิส ลอว์ และจอร์จ เบสต์ โดยทั้ง 3 คนสามารถคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมยุโรป หรือบัลลงดอร์ ในยุคเซอร์แม็ตต์ บัสบี้

และล่าสุดกับรูปปั้นของเซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมคนปัจจุบัน ที่สร้างผลงานเอาไว้อย่างมากมายตลอดการคุมทีมเข้าสู่ปีที่ 27 ถูกนำมาตั้งไว้เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2012 เพื่อเป็นเกียรติในการเป็นผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่คุมทีมยาวนานที่สุดของสโมสร

รวมถึงอนุสรณ์ไว้อาลัยให้กับ 8 นักเตะชุด และแฟนบอลของทีมที่เสียชีวิตจากเหตุโศกนาฏกรรมเครื่องบินตกที่นครมิวนิก ประเทศเยอรมนีตะวันตก เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 1958 ก็ถือเป็นอีกจุดที่น่าสนใจอีกที่ที่ตั้งอยู่บริเวณด้านนอกสนาม

มาถึงด้านในของสนามกันบ้าง จุดที่แฟนบอลชื่นชอบและต้องเก็บภาพ ข่าวฟุตบอล ไว้เป็นที่ระลึกอย่างพลาดไม่ได้เมื่อมาที่นี่คือ  ห้องแต่งตัวของนักเตะ ที่จะมีเสื้อของนักเตะทุกคนแขวนเอาไว้   เสื้อที่เป็นไฮไลท์ ที่แฟนบอลจะถ่ายรูปคู่ในขณะนี้ คงต้องยกให้เสื้อของอาร์วีพี โรบิน ฟาน เพอร์ซี กับ เวย์น รูนีย์ และอุโมงค์ที่นักเตะ และคู่แข่งเดินเข้าสู่สนามก็เป็นอีกจุด ที่ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน

ในส่วนของในสนามโอลด์แทรฟฟอร์ด ที่ สเตรทฟอร์ด เอนด์ ที่นั่งของแฟนแมนฯ ยูฯ ประมาณ 20,000 เป็นบริเวณที่ดีที่สุด และปิดท้ายกันที่อัฒจันทร์ ด้านที่ถูกเรียกว่า เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน สแตนด์ ความจุ 26,000 ที่นั่ง เพื่อเป็นเกียรติแก่เซอร์เฟอร์กี้ ในการคุมทีมครบ 25 ปี เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2011 นั่นเอง 

https://www.kansasnie.com